TweetyToey's profile•:*´¨`*:•.☆TweetyToey☆•:...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    August 20

    สวรรค์นักช้อป(ต่อ)

     
     
    เริ่มต้นเช้าวันที่ 2 ด้วยการนั่งรถไปกินติ่มซำแถวจิมซาจุ่ย
    ตอนแรกก็นึกว่าจะไปกินบุฟเฟ่ต์ แต่ปรากฏ เค้าสั่งมาให้ 10 อย่าง กินได้อย่างละชิ้นต่อหนึ่งคน เหอเหอ
    จริงๆมันก็อิ่มนะ แต่...บางอย่างเราไม่ชอบก็ไม่อยากกินใช่มะ แล้วบางอย่างที่อร่อยยย ก็ดันกินได้ชิ้นเดียว
    แงแง ขัดใจวัยรุ่นนน...
    เออ แล้วทำไมจิ๊กโฉ่บ้านเค้ามันไม่เปรี้ยวสะใจเหมือนบ้านเราก็ไม่รู้แฮะ รสออกหวานๆ ไม่ค่อยประทับใจ
    แต่ติ่มซำกุ้งเป็นกุ้ง หมูเป็นหมู ชิ้นใหญ่คับปากดีแท้ ชอบๆๆๆ
     กินเสร็จก็ได้เวลาตะลอนทัวร์ 
    ที่แรกเค้าพาไปวัด ขอพรเจ้าแม่กวนอิม ไกด์คนไทยบอกว่าขอแล้วได้จริงๆนะ
    เราเรยรีบวิ่งไปต่อแถวขอพรเจ้าแม่มั่ง ฮ่าๆๆ หวังว่าเจ้าแม่จะให้เราสมหวังนะ
     
    ที่นี่มีเจ้าพ่อเจ้าแม่ให้ขอพรเยอะจัง
    แต่ละเจ้าพ่อเจ้าแม่ก็จะมีเรื่องให้ขอแตกต่างกันไป ทั้งด้านการเงิน ความรัก การงาน วิธีขอก็แตกต่างกัน
    อย่างเจ้าพ่อการเงิน ก็ต้องใช้มือขวาลูบเจ้าพ่อแล้วกำใส่กระเป๋าเรา
    ขอพรเจ้าแม่กวนอิม ก็ต้องไปยืนบนกระเบื้องสี่เหลี่ยมเล็กๆเพื่อสบตาเจ้าแม่แล้วขอพร
    ขอเรื่องความรักกับเจ้าพ่อเนื้อคู่ ก็ต้องไปลูบหินสีดำๆที่ตั้งอยู่ข้างๆเจ้าพ่อ(คนลูบเยอะจนหินมันแว๊บเรย 555)
    แล้วยังมีโยนเหรียญเข้าปากปลาทองอีก ซึ่ง...ใครจะโยนเข้าฟระ สูงก็สูง แถมอ้าปากนิดเดียว
    เราโยนไป 3 ทีก็ล้มเลิกความตั้งใจ เปลี่ยนไปถ่ายรูปสวยๆดีก่า อิอิ
    วัดนี้นี่มีความเชื่อหยุมหยิมไปหมด ไกด์Phibie บอกว่าต้องทำตามทุกอย่างนะ เพราะคนจีนเชื่อเรื่องนี้มาก
    อย่างเดินเข้าวัดก็ต้องก้าวเท้าซ้าย เวลาออกต้องออกเท้าขวา
    สะพานที่อยู่ข้างในวัด ก็ให้เดินข้ามไปอย่างเดียว จะต่ออายุได้อีก 3 ปี ห้ามเดินข้ามกลับ ไม่งั้นจะไม่ต่ออายุ
    เสร็จจากวัดก็นั่งรถไปถ่ายรูปที่จุดชมวิว วิกตอเรีย พีค
    จุดชมวิวจะอยู่บนยอดเขา ที่ถ่ายออกมาแล้วด้านหลังจะเห็นเป็นตึกสูงๆของฮ่องกงอะ
    อยู่บนนี้ไม่มีอะไรให้ทำนอกจากถ่ายรูป ซักแป๊บไกด์ก็เรียกขึ้นรถ มุ่งหน้าไปร้านจิวเวอรี่ที่ชื่อ TSL
    ร้านนี้ต้องทำธุรกิจกับทัวร์ไทยอย่างเหนียวแน่นแน่ๆ เพราะพนักงานคนไทยเยอะมากกกก
    ส่วนพนักงานที่เป็นคนฮ่องกงก็พูดไทยได้เช่นกัน
    อยู่ในร้านเหมือนถูกสะกดจิต คนขายพูดน้ำไหลไฟดับ แนะนำสรรพคุณเพชรแอฟริกาน้ำงาม
    ทอง18K คุณภาพสูง และ ทองคำขาวแท้ๆ ที่ไม่ใช่ทองชุบทองคำขาว
    เจ๊โกโก้คนขายรีบดึงเรากะแม่ไว้แล้วเลือกจี้มงคลประจำปีเกิดเสริมฮวงจุ้ยมาให้ดู
    ชมแล้วชมอีกว่าใส่แล้วสวยจังค่าหยิบนู่นหยิบนี่มาให้ลองเต็มไปหมด
    สุดท้ายประสบความสำเร็จในการยุสองแม่ลูกให้ซื้อสร้อยพร้อมจี้เสริมฮวงจุ้ยมาประดับคอคนละเส้น
    ของเราสร้อยเส้นบางเฉียบ เกี่ยวนิดเดียวคงขาด ส่วนของแม่หนากว่าหน่อย ราคาปาดเหงื่อ
    ได้สร้อยมาแล้วก็นึกว่าแม่จะรีบออกๆไปจากร้าน
    ปรากฏ...ไปยืนแช่อยู่หน้าตู้ขายต่างหู  กำจริงๆ
    มันก็สวยดีหรอกนะ แต่แม่เจ้า...คู่ละ 2 หมื่นเหรียญ จ้ากกกก
    แม่ยืนต่ออยู่นานมากกก กว่าจะได้ราคาที่พอใจ (ซึ่งไม่เห็นจะถูกลงเรยง่ะ)
    เดชะบุญ บัตรที่รูดซื้อสร้อยไปตะกี๊มันรูดไม่ผ่าน เพราะเวลารูดเยอะๆ เค้าไม่ให้รูดติดๆกัน
    ป้องกันเวลาคนโดนขโมยบัตรไปรูดน่ะ แล้วบัตรอื่นก็ไม่มีแล้ว พกมาใบเดียว
    ก้ากๆๆ เราแอบดีใจเล็กๆ แม่ก็เหมือนจะดีใจนะ ที่ไม่เสียตังค์
     
    กระเป๋าแห้งออกจากร้านเพชร ก็มาถึงไฮไลท์ที่ทุกๆคนรอคอย นั่นคื๊อออ
    ไกด์Phibie บอกว่าเวลามาฮ่องกง ถ้าในโปรแกรมไม่มีมาดิสนีย์แลนด์ ก็จะไม่มีวันได้เห็นแม้แต่นิด
    เพราะมันจะหลบอยู่ในเขา แล้วขอบอกไว้ก่อนว่าที่นี่เป็น มินิ ดิสนีย์แลนด์
    เพราะเพิ่งเปิดใหม่ เครื่องเล่นยังมีไม่เยอะมาก อะไรๆก็ไม่อลังการณ์งานสร้างเท่าไหร่
    ก็คงจริง ถ้าคนมันไม่มาเที่ยวเยอะ เราคงได้เล่นทุกอย่างครบในวันเดียว
    แต่...เนื่องจากมีอาม่าอาซิ่มจากแผ่นดินใหญ่พาลูกหลานมาเที่ยวกันเต็มพื้นที่
    สภาพจึงไม่ต่างจากโตเกียวดิสนีย์แลนด์เท่าไหร่ คนต่อแถวยาวมากกกกก
    ออ แต่ที่ต่างกันอย่างชัดเจน ก็คือมารยาทในการเข้าแถวนะคะ
    ที่ญี่ปุ่นจะไม่มีใครกล้ามุดผ่านเชือกกั้น(แม้จะเป็นเชือกเส้นเท่าด้ายก็ตาม) เพื่อแซงคิวชาวบ้าน
    แต่ที่ฮ่องกงนี่ พบเห็นได้ทั่วไป
    แล้วยังมีพวกที่จองคิวให้เพื่อน แบบว่า เพื่อนไปเล่นอีกเครื่อง ส่วนตัวเองมาต่อแถวจองให้
    ไปโตเกียวดิสนีย์แลนด์มา 2 รอบ ไม่เคยเจอเรย พอมาเจอแบบนี้ขอบอกว่าเซ็งมากๆๆๆ
    ส่วนการแสดงที่ทุกคนรอคอย ก็จะเป็น Electric parade ตอนกลางคืนใช่ปะ
    แต่ที่ฮ่องกงนี่ ไม่มีนะ เราก็เพิ่งรู้ ว่าเค้าจะมีพาเหรดแค่ตอนบ่าย 3 ส่วนกลางคืนจะเป็นการจุดพลุเท่านั้น
    ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่
    ออ แต่ที่นี่ก็มีข้อดีอยู่อย่างคือมันจะแจกคูปองมาให้คนละใบ
    แล้วให้เลือกว่าจะเอาไปทำอะไร ระหว่าง แลกรูปที่โดนแอบถ่ายขณะเล่นเครื่องเล่น
    หรือ ซื้ออาหารหนึ่งจาน แถมหนึ่งจาน หรือ แลกของที่ระลึกในร้านขายของ
    เรากะแม่ได้คนละใบ ใบนึงเราเอาไปซื้อข้าว ส่วนอีกใบ ก็ไปแลกของที่ระลึก
    ส่วนรูป ช่างมัน เพราะเล่นเครื่องเล่นทีไร โดนถ่ายรูปออกมา หน้าตาดูไม่ได้ทุกที เหอะๆๆ
    กลับจากดิสนีย์แลนด์มาถึงโรงแรมราวๆ 4 ทุ่มครึ่ง เหนื่อยจริงๆ
    คืนนั้นหลับปุ๋ยเรย
    วันสุดท้ายไกด์นัดเจอกัน 9 โมงครึ่งหน้าลอบบี้ เพื่อเดินไปกินติ่มซำ(อีกแล้ว)ที่ร้านในห้างข้างๆโรงแรม
    คนละร้านกับวันก่อนนะ แต่รสชาดใกล้เคียงกัน
    กินเสร็จทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน คือนั่งรถไปเก็บตกร้านที่ไม่ได้ช้อปในวันแรก
    ไกด์บอกช้อปโลด ให้เวลาถึง 6 โมงครึ่ง เดินกันให้ขาลากไปเรยค่ะ
    แต่ เป้าหมายอย่างเดียวของเราในวันนี้ คือหาร้านข้าวหมูแดงที่เค้าพูดนักพูดหนาว่าอร่อยยย
    กว่าจะรู้ว่าร้านไหน ก็วนหลงในซอยอยู่หลายรอบ ที่แท้ก็อยู่ซอยตรงข้ามวัตสันนาธานนี่เอง
    หาเกือบตาย...
    เราว่าหมูแดง เป็ดย่างเค้าอร่อยนะ แต่น้ำราดมันจืดๆ แล้วไม่ข้นเหมือนบ้านเราอะ
    จานนึงตก 175 บาท ก็ไม่แพงมาก อิ่มด้วย ให้ข้าวเยอะสุดๆๆ กินไม่หมด
    อ้อ ของอีกอย่างที่แนะนำนะ เวลาใครมาฮ่องกง ก็คือ เชอรี่ลูกอวบๆ ฮี่ๆๆๆ อร่อยมากกกก
    เป็นเชอรี่ส่งตรงจากอเมริกา ลูกปกติขายปอนด์ละประมาณ 30 เหรียญ ส่วนลูกใหญ่เบ้ง 37 เหรียญ
    เราเลือกอย่างแรก เพราะมันก็ไม่ต่างกัน จะใหญ่จะเล็ก ชั่งโลออกมา ก็ได้เนื้อเท่ากัน ว่าปะ
    ซื้อมา 8 ปอนด์(เกือบๆ 4 โล) เจ๊คนขายลดเหลือ 230 เหรียญ
    ก็ถือว่าถูกน้า..เชอรี่แบบนี้มาเมืองไทยโลละ 5-6 ร้อยเชียวนา ไหนๆก็มาแล้ว ซื้อกลับไปกินให้หายอยาก
    จริงๆตอนแรกว่าจะไปถ่ายรูปที่ Avenue of Stars ถนนที่มันมีรอยมือดาราแปะๆอยู่บนพื้นง่ะ
    แต่ปวดขามากกก แล้วของหนักด้วย แขนขาเมื่อยไปหมด ไม่ไหวๆ
    ได้แต่เก็บรูประหว่างที่เดินช้อปอยู่ในย่านนั้นอะแหละ
    เออ ไปเจอขนมที่มันเหมือนขนมไข่นกกะทาแต่ติดกันเป็นแผงๆด้วยแหละ แปลกดี ไม่เคยเห็น
    เรยซื้อมาชิม มันมีหลายรส หลายสีนะ ทั้งรสวานิลา เผือก ชอคกะแลต แคนตาลูป
    เราขอเลือกที่ดูท่าจะกินได้ คือวานิลา ถ่ายรูปมาเป็นหลักฐานด้วย ฮ่าๆๆ ไอที่เป็นเม็ดกลมๆนั่นแหละ
    กัดไปข้างในจะกลวง  กินแล้วก็...แป้งเครปบ้านเรานี่แหละ รสชาดเดียวกันเด๊ะเรย
    เราว่าซื้อแล้วต้องกินเรย มันจะยังกรอบอยู่ มีรสหวานนิดๆ
    กินคนเดียวแผงนึงก็ไม่อิ่มหรอก แต่เนื่องจากไม่อร่อย ก็แบ่งๆกะแม่จนหมด หุหุ
    ใกล้ 6 โมงก็นั่งรถกลับโรงแรม รอรถบัสมารับไปส่งสนามบิน
      
    มาเที่ยวครั้งนี้ก็ถือว่าประทับใจ ไม่มีอะไรให้บ่น
    ถึงฮ่องกงจะไม่ใหญ่ แต่เราก็ยังเที่ยวไม่หมด Avenue of Starsก็ยังไม่ได้ไป เรือโบราณก็ยังไม่ได้ขึ้น
    ย่านตลาดสดเม๋าไต๋ ก็ไม่ได้แวะ เวลา 3 วันถ้าจะเที่ยวให้หมดจริงๆคงน้อยไป
    คราวหน้าถ้าไปอีก จะเที่ยวเอง
    แต่ตอนนี้ ขอไปทำงานใช้หนี้ก่อนละกันนะ เอิ้กๆๆๆ
          
    August 05

    สวรรค์นักช้อป

     
    มาแล่วววว...ได้เวลาเม้าท์แตก ก้ากๆๆ
     
    ไปฮ่องกงครั้งนี้เนี่ย เป็นครั้งแรกในชีวิตเรยนะ
    หลังจากที่พยายามจะไปอยู่หลายรอบมากกก แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
    เพราะอะไรน่ะหรอ ก็ นายทุนไม่อนุมัติอะจิ
    มาคราวนี้ ได้ไปแบบสายฟ้าแลบ ไม่ทันตั้งตัวจริงจริ๊งงง
    รู้ล่วงหน้าไม่ถึงอาทิตย์
     
    แต่...นั่นไม่ใช่ปัญหา
    ถ้าเป็นเรื่องเที่ยว เรื่องกิน เรื่องช้อป ขอให้บอก ศจีมาสเตรียมพร้อมเสมอ ฮ่าๆๆ
     
    เนื่องจากไม่เคยไปมาก่อน และที่สำคัญ
    มีผู้สูงอายุไปด้วย(ซึ่งก็คือแม่ดิชั้นเอง...555)
    ฉะนั้น การซื้อทัวร์จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด...ใช่ป่าวนะ
     
    โปรแกรมทัวร์ก็ไม่มีอะไรมาก ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ Image Hosted at ImageHosting.us3 วัน 2 คืน
    อย่างที่บอก..ช่วงนี้มันมีฮ่องกงเซลล์กระหน่ำ ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักของเรากะหม่ามี๊
    วันแรกกับวันสุดท้าย เค้าจะปล่อยให้ช้อปอิสระตามอัธยาศัย
    (แปลว่าไปไหนก็ไปไป๊...ไปที่ชอบที่ชอบเถิด เอิ้กๆๆ)
     
    วันแรกมาถึงดอนเมือง 9 โมง เช็คอินเรียบร้อย ก็รีบวิ่งปรู๊ดเข้าข้างในเพื่อไปดูของดิวตี้ฟรี อิอิ
    แวะซื้อนาฬิกาให้พี่ ชอคกะแลตอีก 3-4 กล่อง เดินสำรวจราคาเครื่องสำอางค์
    อุ๊ยตาย....จะ 11 โมง ต้องรีบไปเข้าเกทล่ะ....
    ขึ้นเครื่อง นั่งหลับๆตื่นๆ ตื่นมาก็กิน กินเสร็จก็หลับต่อ
    ซักพักก็ถึงที่หมาย ออกจากสนามบิน ไกด์ไทยก็พาเราไปขึ้นรถบัสของบริษัท
    ซึ่งมีไกด์ท้องถิ่นที่พูดไทยเก่งมากกกก เตรียมต้อนรับเราอยู่
    ไกด์สาวชาวฮ่องกงคนนี้ ชื่อ Phibie
    แล้วก็เป็นเรื่องบังเอิญเหลือเกริ๊น...ที่ดันเป็นไกด์คนเดียวกับที่เคยพาฟิล์ม รัฐภูมิกับเสี่ยอู๊ดเที่ยวเกาะฮ่องกงเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
    ไกด์เรยเม้าท์แตกให้เราฟังเล็กน้อย พร้อมกับหยิบรูปถ่ายคู่ฟิล์มมาให้ดูเป็นหลักฐาน เอิ้กๆ
     
    โรงแรมที่เราพัก มันออกจะห่างย่านช้อปปิ้งมาซักหน่อย
    แต่ก็ถือว่าสะดวก เพราะเค้ามีรถไปส่งที่ถนนนาธานทั้งวัน ตั้งแต่เช้า...ถึง 5 ทุ่มเรย
    เช็คอินเสร็จก็นั่งรถมาลงหน้าโรงแรมเกาลูน
    ก่อนอื่นต้องเดินตามไกด์ไป เพราะเค้าจะพาไปแนะนำแหล่งรวมร้านค้า ร้านอาหาร จุดสังเกตุต่างๆ
    จากนั้น...สองแม่ลูกก็รีบตรงดิ่งเข้า Ocean Terminal สแกนหาร้านน่าสนใจ สุดท้าย ตัดสินใจ
    ไปร้านSasa ร้านขายน้ำหอม เครื่องสำอางค์ ของแท้แต่ราคาถูกกก(ไกด์บอกหยั่งงั้นนะ)
    อยู่ในร้านร่วมชั่วโมง ดมน้ำหอมจนมึน ได้มา 3 ขวดเอาไปฝากญาติโยม
    เดินอยู่ในนั้นสักพักก็ตกลงกับแม่ว่า ออกมาเดินนาธานดีก่า ของในห้างไม่ใช่แนวเรา เพราะแพงไป งบไม่พอ ก้ากๆๆ
     
    ระหว่างทางเจอร้านขายลูกชิ้นปิ้งเห็นน่ากินดีเรยซื้อซะ ถ่ายรูปมาด้วย
    เดินซอกแซกไปตามซอยก็เจอร้านเป้าหมาย เสื้อบอสสินี่ราคาถูก ถูกจริงๆนะ เริ่มที่ตัวละ 29 เหรียญเองง่ะ
    เราก็เลือกแต่ไอที่ราคา 29 เหรียญน่ะแหละ ก้ากๆๆ
    แต่ก็เสื้อยืดธรรมดาอะนะ ไม่ได้หรูหราสวยงามอะไร กะไว้ใส่มาทำงาน
    ใกล้ 5 ทุ่มแระ ต้องรีบกลับ เดี๋ยวไม่มีรถกลับโรงแรม เปลืองค่าแท๊กซี่ เอิ้กๆๆ
     พรุ่งนี้เตรียมตัวเที่ยวรอบเกาะฮ่องกง
    ไปถ่ายรูปจุดชมวิวสวยๆ ไหว้พระขอพรเจ้าแม่กวนอิม ชมร้านจิวเวอรี่ที่โด่งดัง
    จากนั้น สนุกสุดเหวี่ยงกับเครื่องเล่นนานาชนิดในฮ่องกงดิสนีย์แลนด์....โปรดติดตามตอนต่อไป
     
    August 03

    หุหุ ไปเที่ยวมาแหละ

     
     
    งิงิ...ไปเที่ยวฮ่องกงมาแหละเพื่อนๆ
     
     
    ช่วงนี้มีฮ่องกงแกรนด์เซลล์
    เรยแอบไปกะหม่ามี๊โป๊ะโกะ 2 คน ปล่อยพ่อกะพี่เฝ้าบ้าน ก้ากๆๆ
    ยังไม่มีเวลาเล่าในบลอก
    ดูรูปไปพลางๆก่อนละกัน อัพไปแร๊น
     
    อ้อ มีรูปตอนที่ไปทัวร์ญี่ปุ่นแถมด้วย
    เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมอัพ แป่วๆ
    แล้วว่างๆจะแวะไปเล่าในบลอก อิอิ